Gulf Stream Logo
กลับไปยังบทความทั้งหมด
เจาะบาดาล

ราคาเจาะบาดาล 2569 คิดยังไง ต้องเตรียมงบเท่าไรถึงใช้น้ำได้จริง

10 สิงหาคม 25698 นาที

ราคาเจาะบาดาลไม่ใช่ตัวเลขเดียว

หลายคนถามราคาเจาะบาดาลเป็นตัวเลขก้อนเดียว แต่ต้นทุนจริงประกอบด้วยหลายส่วน และแปรผันตามชั้นดิน ความลึก และขนาดท่อ พื้นที่หินแข็งในบางอำเภอของพัทลุง สงขลา และตรัง ใช้เวลาเจาะนานกว่าพื้นที่ดินทราย ต้นทุนจึงต่างกันมาก

โครงสร้างต้นทุนที่ควรถามให้ครบ

  1. ค่าเจาะคิดตามเมตร แยกอัตราชั้นดินและชั้นหิน
  2. ค่าท่อกรุ PVC ชั้นคุณภาพ และท่อกรองน้ำ (Screen)
  3. ค่ากรวดกรองรอบท่อและการซีลปากบ่อ
  4. ค่าเป่าล้างบ่อและทดสอบปริมาณน้ำ (Pumping Test)
  5. ค่าปั๊มซับเมอร์ส สายไฟใต้น้ำ ตู้ควบคุม และถังพัก
  6. ค่าตรวจคุณภาพน้ำในห้องปฏิบัติการ
  7. ค่าดำเนินการใบอนุญาต นบ.1 และ นบ.3

อย่าลืมงบระบบกรอง

บ่อบาดาลที่เจาะเสร็จยังไม่พร้อมใช้ทันทีในหลายพื้นที่ เพราะน้ำมักมีเหล็ก แมงกานีส หรือความกระด้างสูง ต้องกันงบส่วนหนึ่งไว้สำหรับ ระบบกรองน้ำบาดาล รวมถึง สารกรอง และ ไส้กรอง ตามรอบเปลี่ยน

5 วิธีเลี่ยงงบบานปลาย

  • ให้ผู้รับเหมาสำรวจชั้นน้ำก่อน แล้วเสนอความลึกที่สมเหตุสมผล
  • ทำใบเสนอราคาแบบแยกรายการ ระบุอัตราต่อเมตรทั้งชั้นดินและชั้นหิน
  • ระบุเงื่อนไขกรณีเจาะไม่ได้น้ำหรือได้น้ำน้อยไว้ในสัญญา
  • เลือกขนาดปั๊มจากผลทดสอบบ่อ ไม่ใช่จากความเคยชิน
  • ขออนุญาตให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เลี่ยงค่าปรับและปัญหาขอไฟถาวร

อ่านขั้นตอนเอกสารเพิ่มได้ที่บทความ ใบอนุญาตเจาะและใช้น้ำบาดาล นบ.1 / นบ.3

สรุป

งบที่ควรเตรียมคือค่าเจาะ ค่าปั๊ม ค่าระบบกรอง และค่าเอกสารรวมกัน การประเมินหน้างานก่อนจึงสำคัญกว่าการเทียบราคาต่อเมตรเพียงอย่างเดียว Gulf Stream สำรวจหน้างานและเสนอราคาแบบแยกรายการให้ตรวจสอบได้ทุกบรรทัด ทั่วภาคใต้ โทร 091-8365014

ต้องการคำปรึกษาเรื่องระบบน้ำ?

ทีมงาน Gulf Stream พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ครอบคลุมทุกจังหวัดในภาคใต้